สวัสดีพ่อแม่พี่ป้าน้าอาน้องๆหลานๆกันอีกครั้ง ช่วงครึ่งปีมานี่เพราะพิษงานจึงหายหน้าหายตาไปบ่อย+นานมาก นานๆทีจะว่างจริงๆไม่ได้แอบอู้ซักวัน เลยขอมาอัพบล็อคกันอีกครา
ทำไมทักครั้งนี้ดูเป็นผู้เป็นคนกว่าปกติ ก็เพราะเราจะมาพูดเรื่องเป็นผู้เป็นคนกันน่ะสิ!

=คำเตือนก่อนอ่าน=
*ข้อความนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล*
เขียนจากประสบการณ์เจ้าของบล็อค ที่ได้ประสบมาจากการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ (โตเกียว-ญี่ปุ่น) ตามอินเตอร์เน็ต และข่าวสารจากคนที่คุยกันทาง facebook และ msn ถ้าคิดว่าอ่านแล้วรับไม่ได้หรือหมั่นไส้อยากเตะผมขึ้นมาตะหงิดๆก็รบกวนกดปุ่มเครื่องดีดตัวฉุกเฉินที่เครื่องหมายกากบาทมุมขวาบนของ Browser ของท่านออกไปโลดครับ


ว่าด้วยเรื่อง"วงการยูกิในปัจจุบัน"
*แอบหลุด* กรี๊ด~! จั่วหัวได้ดูมีสาระสุดๆไปเลย ส่วนตัวอยากเขียนแนวนี้มานานแล้ว อันที่จริงไอ้กุ้งเคยฝันอยากเป็นคอลัมนิสต์นิตยสารบันเทิงอยู่ตั้งสองชม.ล่ะรู้ป่าว


Credit: ตูเอง


อันที่จริง แทบไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าวงการยูกิในปัจจุบันซบเซาลงไปมาก เนื่องจากหลายปัจจัย คู่แข่งที่เพิ่มขึ้น, ปัญหาเรื่องสมดุลที่แก้ไม่ตก, การตลาดที่เสื่อมลง, ฯลฯ ถ้าเราจะมาลองไล่ดูทีละข้อ ก็น่าจะได้ดังนี้



1.คู่แข่งที่เพิ่มขึ้น


Credit: http://trendy.nikkeibp.co.jp

ปัจจุบันนี้วงการการ์ดเกมนั้นขยายตัวใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จากที่เมื่อก่อนมีการ์ดที่นิยมกันจริงๆไม่กี่ตัว แต่ตอนนี้กลายเป็นว่ามีตัวเลือกมากมายสำหรับผู้คิดจะเริ่มเล่น แถมการ์ดสมัยใหม่นี้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า และง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็คงไม่พ้นประเภทที่ดึงตัวละคร/เนื้อเรื่อง จากอนิเมหรือเกมที่ได้รับความนิยมมาผลิตเป็นการ์ดเกม ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนออกถี่ชนิดเดือนต่อเดือนเลยทีเดียว ด้วยความที่ไม่ต้องมีอะไรแปลกใหม่มาก ใช้ความสามารถ/วิธีเล่นเดิมๆ แต่เปลี่ยนเรื่องที่เอามาทำ(+เปลี่ยนความสามารถเล็กน้อย) ก็สามารถขายใหม่ได้อีกรอบแบบไม่ยากเย็น นอกจากนี้การ์ดพวกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า "การ์ดลายเซนต์" เป็นการ์ดระดับหายากที่สุด(มั้ง)ที่จะมีลายเซนต์ของนักพากษ์ หรือนักวาด ของตัวละครนั้นๆติดมาด้วย ซึ่งคนที่นี่(ญี่ปุ่น) หรือคนไทยบางคนก็เป็นพวกนิยมนักพากษ์กันอยู่แล้ว ทำให้การเหมาลังกว้านหาการ์ดลายเซนต์ของตัวละครที่ชอบของเหล่าเพลเยอร์ทุนหนามีให้เห็นได้ทั่วไป


Credit: http://www.cardbox.sc

อีกคู่แข่งที่น่ากลัวของยูกิในปัจจุบันนี้คือน้องใหม่ของวงการการ์ดเกม "Vanguard" ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือน 4 ปี 2011 แต่กลับทำยอดขายได้สูงถึงอันดับ 3 ในปีแรกที่เปิดตัว ด้วยการที่เป็นการ์ดเกมที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน (หรือกว้างกว่า), วิธีเล่นไม่ยาก, ราคาถูกกว่ามาก ทำให้ผู้เล่นเก่าหลายๆคนหรือผู้เล่นหน้าใหม่เลือกที่จะเล่น Vanguard แทน นอกจากนี้ก็ยังมีการ์ดเกมที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันอีกหลายตัวที่ติดตลาดอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน เช่น Battle Spirit, Duel Master (สองตัวนี้ ตัวแรกเพิ่งเริ่มวางจำหน่ายในไทยได้ไม่นาน ส่วนตัวหลังที่ญี่ปุ่นได้รับความนิยมสูงมาก แต่คิดว่าผู้เล่นไทยที่รู้จักคงมีไม่มาก)


Credit: http://cf-vanguard.com

เมื่อมีตัวเลือกใหม่ๆที่น่าสนใจเยอะขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่ผู้เล่นเก่าจะเปลี่ยนไปแสวงหาความสนุกใหม่ๆ หรือผู้เล่นใหม่ที่จะไม่แลยูกิตั้งแต่แรก...



2.ปัญหาสมดุลที่แก้ไม่ตก

คิดว่าผู้เล่นทุกคนคงจะเคยพบปัญหานี้กันถ้วนหน้า กับการที่ดูความสามารถของเด็คใหม่ๆแล้วก็อุทานขึ้นมาทั้งในใจและนอกใจว่า "ทำไมมันเก่ง(โกง)จังวะ!" ซึ่งปัญหาการกระจายบาลานซ์ไม่สมดุลนี้มีมานมนานแล้ว เหมือนเป็นสิ่งที่ควบคู่กับการ์ดยูกิมาตั้งแต่สมัย Synchro (ยกตัวอย่างเช่นยุค BF, 6เซียน, Quickdraw บูม ยุคนั้นไปงานแข่งที่ไหนก็จะเจอแต่ 3 เด็คนี้เป็นกว่า 90% ของงานแข่ง) หรืออาจจะพูดได้ว่า การมี Synchro Monster เพิ่มเข้ามาในสารบบยูกินั้น ทำให้ระยะห่างของเด็คเก่งกับเด็คปานกลางนั้นกว้างขึ้นแบบก้าวกระโดด จากสมัยก่อนที่ลงมอนสเตอร์กันมาเยอะๆก็จริง แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น กลายเป็น Synchro, Xyz เรียกตัวทำเกมกันออกมา วนลูปสนุกสนาน เกิดคอมโบ OTK ใหม่ๆเพียบ กลายเป็นว่าเด็คที่จัดเอาสนุกๆ หรือทำอะไรต่อเทิร์นได้ไม่เยอะเท่าชาวบ้านเค้าก็แทบจะไม่ต้องเกิดกันเลย


Credit: http://yugioh.wikia.com

แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น เพราะการที่ทำอะไรได้มากมายจน Synchro, Xyz ได้เยอะขนาดนั้น เป็นเพราะของใช้งานของเด็คนั้นๆ"ดีเกินกว่าเด็คอื่นๆ"มากนั่นเอง อันที่จริงแล้วนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของการ์ดยูกิแค่ตัวเดียวแต่แรก แต่เป็นของทุกการ์ดเกมครับ เพราะถ้าคนออกแบบไม่ทำให้การ์ดใหม่ๆเก่งขึ้นเรื่อยๆพอที่จะล้มของเก่าได้ ก็จะไม่มีใครซื้อของใหม่มาเล่น เพียงแต่ด้วยกฎของการ์ดยูกินั้น ทำให้ความห่างชั้นตรงนี้เห็นได้ชัดมากเกินไปเท่านั้นเอง

อีกจุดนึงที่เห็นได้ชัดคือ การ์ดดีไซน์การ์ดของยูกินั้น ไม่จำเป็นต้องมีลิมิตใดๆทั้งสิ้น แรงได้ก็แรงไปเลย เนื่องจากยูกิมีระบบที่เรียกว่า "แบนลิสต์" ที่อัพเดททุกเดือน 3 และ 9 ของทุกปีนั่นเอง ทำให้การ์ดดีไซเนอร์ของยูกิไม่จำเป็นต้องเทสบาลานซ์ให้ยุ่งยาก ผลิตการ์ดออกมาให้คนเล่น ถ้าแรงเกินไปก็ลิมิต ไม่ก็แบนทิ้งซะ เป็นวัฒจักรไปเรื่อยๆ
และแน่นอน พอเป็นบ่อยๆเข้า คนก็เริ่มเบื่อกัน....



3.การตลาดที่เสื่อมลง

หรือทำเงินได้ดีขึ้น อันนี้ผมเองก็ชักไม่แน่ใจ รู้แค่ว่าการตลาดสมัยใหม่ของโคนามิ(หรือร้านค้า)ก็มีส่วนทำให้วงการนี้เสื่อมลงได้อย่างไม่คาดคิดเช่นกัน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงไม่พ้น "Extra Deck" หรือก็คือพวก Synchro และ Xyz ทั้งหลายนั้นเอง

ตั้งแต่การมาของ Synchro นั้น ทำให้แทบทุกเด็คต้องมีเจ้า Synchro Monster นี้ติดไว้ และมีการ์ดที่เรียกว่า "Tuner" ใส่ไว้ในเด็คเพื่อเรียกมันออกมา และเจ้า Synchro Monster เหล่านี้ บางใบก็หายากมากๆ แถมแพงแสนแพง แต่เพื่อความเก่งแล้วก็ต้องหามาใช้ สุดท้ายกลายเป็นว่าราคา Extra Deck ของผู้เล่นคนนึงนั้น สามารถซื้อ Deck หลักของเขา หรือผู้เล่นทั่วไปได้ 4-5 เด็คเลยทีเดียว


Credit: http://www.ebay.com

และแน่นอนว่ามันยังไม่จบเท่านั้น เมื่อหมดยุคของ Synchro แล้ว ก็มาถึงยุคปัจจุบันกับมอนสเตอร์รูปแบบใหม่  "Xyz Monster" นั่นเอง ซึ่งเจ้า Xyz นี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้ Tuner เหมือนกับ Synchro ซึ่งทำให้มันสามารถเอาไปใส่ในเด็คไหนก็ได้ทั้งนั้น จากเมื่อก่อน เด็คที่ไม่เน้น Fusion หรือ Synchro ก็ไม่จำเป็นจะต้องซื้อการ์ดใน Extra Deck เอาไว้ก็ได้ กลายเป็นว่าสมัยนี้ต้องมีเจ้า Xyz Monster ติด Extra Deck กันเอาไว้ทุกคน (ถ้าไม่มีล่ะ จะสู้ใครเค้าไม่ได้เลยเหรอ? คนที่ถามแบบนี้ รบกวนกลับไปอ่านข้อสองใหม่นะครับ) ซึ่งราคาเจ้า Xyz นี้ก็ไม่ต่างกับ Synchro ซักเท่าไหร่เลยทีเดียว
จนทำให้การ์ดยูกิทุกวันนี้ เป็น"การ์ดที่เล่นเก่งด้วยเงิน" ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ... (หรือตั้งใจ?)



4.ฯลฯ - ปัญหาเฉพาะในประเทศไทย

อันดับหนึ่งที่มีคนบ่นกันมากที่สุดคือ "ราคาการ์ดที่แพงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก" ซึ่งผมก็เห็นว่ามันมากถึง 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว สมัยที่ผมกลับมาเล่นใหม่ๆ (ช่วง CREV) สมัยนั้นการ์ดที่แพงสุดๆ แบบหน้ามืดยอมควักจ่ายเลยจริงๆก็ไม่เกิน 350 บาท (ยกเว้นพวกของสะสมที่หายากจริงๆ) แต่มาสมัยนี้กลับเป็นว่าของใช้งานหลักทั่วไป ราคาพุ่งถึง 800-1200 บาท/ใบ ซึ่งสาเหตุการขึ้นราคานี้น่าจะมาจากหลายๆปัจจัย ถึงหลายๆคนจะ(ทำท่าเหมือนว่า)รู้อยู่แล้ว แต่ผมไม่ขอพูดดีกว่าเพราะไม่รู้จริง

เรื่องราคาตรงนี้ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่สู้ราคาต่อไม่ไหว พากันเลิกรากันไป ผู้เล่นใหม่ที่งบไม่ถึง ก็ซื้อเด็คแบบครึ่งๆกลางๆ สุดท้ายทนไม่ไหวก็ต้องขายเด็คทิ้งในราคาที่ถูกลงกว่าตอนซื้อมา ซึ่งบางร้านก็รู้ตรงนี้ดีและคอยรับซื้ออยู่แล้ว
(*เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อยกตัวอย่าง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ บุคคล หรือเหตุการณ์จริงแต่ประการใดทั้งสิ้น*)


และจากการบอกต่อๆกันก็ยิ่งทำให้จำนวนผู้เล่นน้อยลงไปอีก ส่วนสาเหตุนอกเหนือจากนี้ที่ผมเห็นก็คือร้านการ์ดหลายๆร้านปิดตัวลง ไม่ก็เอาการ์ดตัวอื่นมาขายเสริม ไม่ก็ผู้เล่นเก่าหัวหงอก ทำงานกันหมดแล้ว จำเป็นต้องเลิกรากันไป



แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เสื่อมลงเสียทีเดียว เพราะทาง Konami เองก็ไม่ได้งอมืองอตีลล์นั่งนับเงินอยู่เฉยๆ ระยะหลังนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาข้างต้นมาบ้างแล้วเช่นกัน



1.ปัญหาคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น

อย่างที่รู้กันดีว่าพักหลังๆ Konami ได้รีปริ๊นท์การ์ดเก่าๆ แรงๆ หรือของสามัญหายากกลับมาในราคาถูก หรือที่ๆผู้เล่นทั่วไปสามารถนำมาครองได้ไม่ยากเท่าเมื่อก่อน เป็นการเรียกลูกค้าเก่ากลับมา และเพิ่มลูกค้าใหม่ไปในตัว อีกอันคือการออกแบบการ์ด Theme ใหม่ๆให้สามารถลงแข่งได้ติดไว้ทุก Booster เมื่อมีผู้เล่นใหม่สนใจเริ่มเล่นตอนไหน ก็สามารถหาของช่วงนั้นเล่นแล้วเก่งได้ทันที (ถ้ามีเงิน)


Credit:http://forum.duelingnetwork.com @enmanuel7



2.ปัญหาสมดุลของการ์ด

ก่อนหน้านี้อาจจะมีช่วงที่เด็คใดเด็คนึงพีคเป็นพิเศษมากๆ (เช่นอิคเซคเตอร์) จนทำให้ผู้เล่นบ่นกันระงม แต่ปัจจุบันนี้ Konami ได้มีการแก้ไขจุดนี้อย่างง่ายๆแล้ว ซึ่งคิดว่าหลายๆคนก็คงจะสังเกตุเห็นกัน นั่นคือ Text ของการ์ดสมัยใหม่ (โดยเฉพาะตัวที่มีความสามารถ Special summon เพื่อน, Search การ์ดจากเด็ค) จะมี Text ต่อท้ายติดเอาไว้เสมอว่า "เอฟเฟคของ*การ์ดชื่อนี้*สามารถใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 1 เทิร์นเท่านั้น" เป็นการดักทางเด็คเกิดใหม่หลายๆเด็ค ไม่ให้มีคอมโบ loop อนาจารมากเกินไปในทางนึงนั่นเอง


Credit: http://yugioh.wikia.com



3.การตลาดที่เสื่อมลง

ไม่มีเงินก็ไม่ต้องเล่น สัด!





จบแระ...

งวดนี้พูดเรื่องแต่หนักๆ ใครอ่านแล้วหงุดหงิด หดหู่ หรือเผลอไปกระทบตีนใครเข้าก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ก่อนจากกันงวดนี้ก็ขอทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ถึงการ์ดตัวนี้จะตกต่ำลงเพียงใด ตราบใดที่ยังมี Deck Theme รองกากๆให้ผมปั้นเล่นอยู่ ผมก็ยังเล่นมันต่อไป แต่สิ่งนึงที่ผมอยากจะบอกก็คือ "การ์ดเกมตัวนี้ไม่ใช่การ์ดเกมอันดับ 1 อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยก็สำหรับผมคนนึงล่ะ"




งวดหน้าอัพไรดีหว่า...
เออ มีเด็คยูกิใหม่ 2 เด็คยังไม่ได้แปะนี่นะ...




つづく!!




Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยกับท่านกุ้งครับ =w=
ปล  เเบนลิสโง่ๆเเบบนี้อย่ามีเลยก็ได้  ไหนๆเเม่งก็จะมีเเต่ตัวเชี้ยๆวิ่งอยู่ในโลกนี้เเล้ว   ปล่อยให้ทุกเด็คมันโหดเหมือนกันเลยดีกว่า

#4 By jimmytoshu (103.7.57.18|58.11.184.120) on 2013-02-16 15:23

ถ้าเอาจริงๆเเบนลิสจะเป็นตัวคอยระงับความเเรงของเเต่ละเด็ค เเละทำให้ยูกิมันสมดุล เเต่ทว่า ด้วยที่ จขกท.พูดว่า สมัยนี้การ์ดเกมส์มันไม่ได้มีเเค่ยูกิอย่างเดียว BS บ้าง อะไรบ้่าง ทำให้โคนามิ ต้องการให้กำไรมันเพิ่มมากขึ้น มันก็เลยต้องทำทุกวิธีการ ทำให้คนมันมาซื้อของมันขึ้นเรื่อยๆ 
พูดถึงเรื่องเเบนลิสดีกว่า ถ้าโคนามิมันอยากจะให้สมดุลจริง ป่านนี้เราคงเห็น BLS,ดัมเซล,ฮอเนต,Shi En,ชุบชีวิต,Deep Sea Diva บลาๆ ไปอยู่ในกองเเบนลิสเเล้วหละครับ 
สุดท้ายนี้ ผมว่าถ้าโคนามิไม่เเบนลิสให้สมดุล หรือไม่ก็หยุดออกการ์ดเเรงๆมา หรือ ขายให้ถูกลง เป็นที่เเน่นอนว่า คนอื่นอีกหลายๆคน เเละอาจจะเป็นผมด้วยก็ได้ คงเลิกเล่นยูกิเเน่นอนครับ ผมจะติดตามการกระทำของโคนามิต่อไป จนกว่าผมจะหมดความอดทนหละครับ

#3 By นามของชั้นคือ..... (103.7.57.18|101.51.36.87) on 2013-02-16 14:12

ราคาเด็คนี่ผมว่าพี่เทียบแยกเป็นกรณีด้วยดีกว่าครับ
ยูกินี่เอ๊กตร้าแพง แต่เล่นเด็คอื่นก็เอ๊กตร้าเดิมได้นะครับ ถ้าลงทุนระยะยาวยูกิจะถูกกว่าด้วยซ้ำนะครับ แวนนี่ถ้าเล่นแคลนหลักก็หยุดที่ 3500-5500 นั่นแหละครับ 
พี่อาจจะบอกว่ามีแคลนรอง 1000-1500 เก่งได้
SDใหม่ๆยูกิ หรือทีมเด็คใหม่ๆก็จัดในงบนั้นได้ครับ(เช่นหนังสือเวทย์ที่ไม่ใส่ฟอยล์ บลาๆๆ) ซึ่งมันก็เก่งในระดับ Tier 1.5 ได้
สมดุลการ์ดนี่ ยูกิมันกว้างครับ ใครมันจะคิดว่าการ์ดกระโหลกกะลาอย่างฮาปี้แดนเซอร์ จะทำคอมโบ2 ใบ FTK ได้ การ์ดเก่าๆมันจะกลับมามีค่ามากขึ้นได้
 แต่มันเป็นไปตามวัฏจักรครับ
จริงๆก็อยากชมโคนามินะที่หลังๆไม่ค่อยออกไรอนาจารออกมา แต่พอเห็นสเปลบุ๊คออฟจัจเม้นแล้วผมชักอยากด่าอีกรอบ(การ์ดเชี่ยไรฟระแอดเวนเทจที+3 4 5 6 7 8 9 10)
ถึงอย่างนั้นทีมเด็คใหม่ๆทั้งSD ทั้งบูสเตอร์ก็พร้อมไปโลดแล่นในทัวร์ได้ทั้งนั้นแสดงให้เห็นว่าเด็คที่เก่งใกล้เคียงกันมันเยอะขึ้น ซึ่งเกมการ์ดที่ดีควรจะเป็น

แต่แวนกาด BT10 ก็แทบจะเอา BT1-8ไปขว้างทิ้งได้เลย
เก่งกว่าเกินไป...
สมดุลอยู่ไหน?
เดี๋ยวหาว่าผมอวยแต่ยูกิโออีก จริงๆมันเป็นเรื่องปกติของการ์ดเกมครับ ที่ต้องมีเมต้าเกม มีแบนลิส
แค่แวนกาดมันพึ่งออก และแบนลิสยูกิที่ว่าน่าหัวเราะสุดๆแล้ว แบนลิสแวนกาดยังออกมาตลกกว่าได้
ชนิดของเด็คที่ลงแข่งทัวร์นาเหม็น ยูกิโอมีมากกว่าแวนเยอะนะครับ ตรงจุดนี้ผมว่ามันอยู่ที่ผู้เล่นแล้วล่ะ

#2 By GenesisAce (103.7.57.18|202.28.179.13) on 2013-01-30 00:33

ผมก็เป็นคนนึงที่คิดคล้ายคุณนะ
ตอนนี้ถึงตัวผมจะไปเล่นการ์ดอื่นเเล้วเเต่ก็ยังเเอบตามข่าวยูกิอยู่เนื่องๆรอดูความเป็นไปในอนาคต
ส่วนเด็ค Theme สมัยนี้ไม่มีกากๆเเล้วเเล้วล่ะครับ จะมีก็เด็ค ยูมะ ไงครับ ค่อยๆเก่งขึ้นทีละ 1 ซม. ไม่ีรู้เมื่อไรจะเก่งสู้เด็คพระเอกภาคก่อนๆได้ซะที 55+

#1 By Crono (103.7.57.18|61.90.5.67) on 2013-01-18 18:11